| รศ.สีดา สอนศรี ประธานการจัดงาน การประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 11 มีปาฐถกถาพิเศษ บรรยายพิเศษจากนักวิชาการทั่วทุกภูมิภาค The 11 National Conference on political Science and Public Administration 2010 Chairman, Prof. Sida Sonsri |
||
|
||
|
อย่างไรก็ดี การส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การ “อัดฉีด” หรือการเพิ่มการจัดสรรงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องรวมไปถึงการสร้างชุมชนทุกระดับตั้งแต่ประเทศจนถึงระดับท้องถิ่นที่กอปรไปด้วยหลักธรรมภิบาล การสร้าง เปลี่ยนแปลงและรักษาวัฒนธรรมต่างๆ ที่ต้องสอดประสานก่อรูปเป็นชุมชนที่สามารถพัฒนาตนเองและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โจทย์สำหรับสังคมไทย คือ “สังคมไทยสามารถสร้างชุมชนที่เข้มแข็งทั้งระดับประเทศจนถึงระดับท้องถิ่นภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่?” คำถามหลักนี้เป็นเป้าหมายทางวิชาการที่ชุมชนวิชาการทางรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ในการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 11 ต้องร่วมกันค้นหาคำตอบเพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้และปัญญาให้กับสังคมในการต่อสู้ภายใต้กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง |
||
ผู้รับผิดชอบ ผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนประมาณการ 1,000 คน จากกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ แหล่งสนับสนุนงบประมาณ |
||
รูปแบบการประชุม เป็นการประชุมทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัย การเสวนา การอภิปราย ในประเด็นทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ รวมถึงการนำเสนอ ผลงานวิชาการของนักวิชาการชาวต่างประเทศ |
||
|
||
|
การนำเสนอผลงานทางวิชาการ
กรอบของการศึกษาทางรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ได้รับผลกระทบอย่างยิ่งจากภาวะ โลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาวการณ์ดังกล่าว (โลกาภิวัตน์) ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ที่เป็นไปทั้งในทิศทางแห่งความร่วมมือและความขัดแย้ง หรือแม้กระทั่งนำไปสู่สงคราม และเมื่อความสัมพันธ์ระห่างรัฐเปลี่ยนแปลงไป ระบบกฎหมายที่รองรับความสัมพันธ์ดังกล่าวก็จำต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อปรับปรุงระบบกฎหมายระหว่างประเทศและการเคลื่อนไหวของตัวแสดงต่างๆ เพื่อให้กฎหมายภายในรัฐใดรัฐหนึ่งมีความสอดรับ กับหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของผลกระทบจากภาวะโลกาภิวัตน์ที่มีต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงวัฒนธรรมทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น ระดับรัฐชาติ ระดับภูมิภาคและระดับโลก นอกจากนั้นผลพวงของภาวะโลกาภิวัตน์ยังก่อให้เกิดหรือกระตุ้นให้ “ประเด็นข้ามชาติ” ต่างๆ มีความสลับซับซ้อนมายิ่งขึ้น ซึ่งตัวอย่างของประเด็นข้ามชาติ คือ แรงงานข้ามชาติ คนพลัดถิ่น สิทธิมนุษยชน การก่อการร้าย การเคลื่อนไหวของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมระหว่างประเทศ คนชายขอบ เพศสภาพและเพศวิถี เป็นต้น จากกรอบข้างต้นนำมาสู่ประเด็นที่ควรมีการถกเถียงอภิปรายในวงการวิชาการภายใต้กรอบ “โลกาภิวัตน์” คือ 2. การเมืองของรัฐและท้องถิ่นไทย (1) การเมืองไทยรูปแบบใหม่ 3. นโยบายของรัฐ 4. อื่นๆ ในแง่นี้ การทบทวนความรู้และความเข้าใจปรัชญาการเมืองและทฤษฎีการเมืองของสำนักคิดต่างๆ จึงความสำคัญ เนื่องจากการทบทวนดังกล่าวจะเปรียบเสมือนเป็น “การชำระ” องค์ความรู้ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งการกระทำดังกล่าวย่อมมีส่วนช่วยให้เกิดบรรยากาศของการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความรู้ในวงวิชาการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางปัญญาในสังคมต่อไป |
||
|
||
|
||
|
|
||
|
||
|
การเสนอผลงาน
3. ชื่อเรื่อง 4. ชื่อผู้เขียนและผู้ร่วมเขียน/ ผู้วิจัย 5. ส่วนของเนื้อหา (Angsana New 14) 6. ชื่อผู้เขียนและผู้ร่วมเขียน/ ผู้วิจัย |
||
|








